ถ้าดูแค่ Conversion Count อาจคิดว่า Campaign A ดีกว่า แต่ถ้าดู Conversion Value จะเห็นว่า Campaign B อาจสร้างมูลค่าให้ธุรกิจมากกว่า
นี่คือเหตุผลที่ธุรกิจไม่ควรดูแค่ Cost per Conversion อย่างเดียว แต่ควรดูมูลค่าที่ได้กลับมาด้วย เช่น Conversion Value, Conversion Value per Cost, ROAS หรือกำไรหลังหักต้นทุน
Conversion Value สำหรับ E-commerce ใช้อย่างไร
สำหรับ E-commerce Conversion Value มักหมายถึงมูลค่าการซื้อสินค้าแต่ละ Order เช่น ยอดซื้อ 690 บาท, 1,290 บาท, 3,500 บาท หรือ 20,000 บาท
Google อธิบายว่า Transaction-specific Value คือมูลค่า Conversion ที่แตกต่างกันในแต่ละครั้ง เช่น ร้านค้าออนไลน์ที่ Purchase ครั้งหนึ่งอาจมีมูลค่า 25 ดอลลาร์ แต่อีกครั้งอาจมีมูลค่า 500 ดอลลาร์ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Google Ads Help เรื่อง Measure Different Values for Each Conversion
ตัวอย่างการใช้:
ลูกค้าซื้อสินค้า A ราคา 590 บาท ส่งค่า Conversion Value เป็น 590
ลูกค้าซื้อสินค้า B ราคา 12,000 บาท ส่งค่า Conversion Value เป็น 12,000
ลูกค้าซื้อหลาย SKU รวม 3,490 บาท ส่งค่า Conversion Value เป็น 3,490
Conversion Value สำหรับธุรกิจบริการและ Lead ใช้อย่างไร
สำหรับธุรกิจบริการที่ไม่ได้ซื้อจบบนเว็บ เช่น คอร์สเรียน คลินิก อสังหา B2B หรือบริการรับทำโฆษณา Conversion Value อาจไม่ได้มาจากยอดขายทันที แต่สามารถประเมินมูลค่า Lead ได้จากข้อมูลหลังบ้าน
ตัวอย่าง:
Lead ทั่วไป 1 ราย มูลค่าเฉลี่ย 500 บาท
Qualified Lead 1 ราย มูลค่าเฉลี่ย 2,500 บาท
ลูกค้านัดหมายสำเร็จ 1 ราย มูลค่าเฉลี่ย 4,000 บาท
ลูกค้าปิดการขายแล้ว 1 ราย มูลค่าเฉลี่ย 20,000 บาท
วิธีคิดมูลค่า Lead แบบง่าย:
มูลค่า Lead = รายได้เฉลี่ยต่อการขาย x อัตราปิดการขาย
ตัวอย่าง:
คอร์สเรียนราคา 5,999 บาท
Lead 100 ราย ปิดการขายได้ 10 ราย
อัตราปิดการขายประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์
มูลค่าเฉลี่ยต่อ Lead อาจประมาณ 599 บาท ก่อนคิดต้นทุนอื่น
ข้อสำคัญคือธุรกิจ Lead Generation ควรพยายามแยก Lead ธรรมดาออกจาก Lead คุณภาพ ไม่อย่างนั้นระบบอาจเข้าใจว่า Lead ทุกคนมีค่าเท่ากัน ทั้งที่ในความจริง Lead บางรายมีโอกาสปิดการขายสูงกว่ามาก
Static Value กับ Transaction-specific Value ต่างกันยังไง
การตั้ง Conversion Value ใน Google Ads มีได้ทั้งมูลค่าแบบคงที่ และมูลค่าแบบเปลี่ยนตามรายการจริง
Static Value คือการกำหนดมูลค่าเท่ากันทุกครั้งสำหรับ Conversion Action นั้น เช่น ทุก Form Submit มีค่า 500 บาท หรือทุก Call Lead มีค่า 300 บาท
Transaction-specific Value คือมูลค่าที่เปลี่ยนตามแต่ละ Conversion เช่น Purchase แต่ละ Order มีมูลค่าไม่เท่ากัน
Google อธิบายว่าเมื่อตั้ง Conversion Action สามารถกำหนดมูลค่าเท่ากันทุก Conversion หรือกำหนดมูลค่าที่แตกต่างกันตามธุรกรรมจริงได้ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Google Ads Help เรื่อง Set Conversion Values
ใช้แบบไหนดี:
Static Value: เหมาะกับธุรกิจ Lead Generation ที่ยังประเมินมูลค่าเฉลี่ยของ Lead
Transaction-specific Value: เหมาะกับ E-commerce หรือระบบที่มีมูลค่า Order จริงในแต่ละครั้ง
ถ้าเพิ่งเริ่มต้น การใส่ Static Value ที่สมเหตุสมผลยังดีกว่าไม่ใส่ค่าอะไรเลย แต่ถ้าธุรกิจมีข้อมูลยอดขายจริง ควรพัฒนาไปสู่ Transaction-specific Value หรือ Offline Conversion Value เพื่อให้ระบบเรียนรู้จากมูลค่าที่ใกล้ความจริงมากขึ้น
Conversion Value Rules คืออะไร
Conversion Value Rules คือกฎที่ใช้ปรับมูลค่า Conversion ตามเงื่อนไขบางอย่าง เช่น พื้นที่ อุปกรณ์ หรือ Audience เพื่อสะท้อนมูลค่าทางธุรกิจที่แตกต่างกัน
Google อธิบายว่า Conversion Value Rules ช่วยปรับ Conversion Value Reporting และ Smart Bidding Optimization โดยสามารถปรับมูลค่าตาม Location, Device และ Audience ในช่วง Auction ได้ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Google Ads Help เรื่อง Conversion Value Rules
ตัวอย่าง:
Lead จากกรุงเทพมี Close Rate สูงกว่า อาจเพิ่มมูลค่า Lead จากพื้นที่นี้
Conversion Value / Cost: มูลค่าที่ได้กลับมาต่อค่าโฆษณา
Value / Conversion: มูลค่าเฉลี่ยต่อ Conversion
ROAS: ผลตอบแทนจากค่าโฆษณา
Cost: ค่าใช้จ่ายรวม
Margin: กำไรขั้นต้นของสินค้า บริการ หรือ Lead
Qualified Lead Rate: สัดส่วน Lead คุณภาพ
Close Rate: อัตราปิดการขาย
Google อธิบายว่า Conversion Value per Cost คำนวณจาก Conversion Value รวม หารด้วยค่าใช้จ่ายจาก Ad Interactions ทั้งหมด และใช้ประเมินผลตอบแทนจากการลงทุนได้ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Google Ads Help เรื่อง Conversion Tracking Data
การดู Metric เหล่านี้ช่วยให้รู้ว่าแคมเปญไหนสร้างมูลค่าจริง ไม่ใช่แค่สร้างจำนวน Conversion
รายได้เยอะไม่ได้แปลว่ากำไรดีที่สุด
Conversion Value มักถูกมองเป็นรายได้ แต่ในเชิงธุรกิจต้องระวังว่า Revenue ไม่เท่ากับ Profit
ตัวอย่าง:
สินค้า A ราคา 10,000 บาท กำไร 500 บาท
สินค้า B ราคา 3,000 บาท กำไร 1,200 บาท
ถ้าดูแค่ Conversion Value ที่เป็นยอดขาย สินค้า A อาจดูดีกว่าเพราะรายได้สูงกว่า แต่ถ้าดูกำไร สินค้า B อาจคุ้มกว่า
สิ่งที่ควรดูคู่กับ Conversion Value:
Offline Conversion Value และ Qualified Lead สำคัญยังไง
ธุรกิจบริการจำนวนมากไม่ได้ปิดการขายบนเว็บไซต์ แต่ปิดการขายผ่านทีมขาย LINE โทรศัพท์ นัดหมาย หรือการเข้าพบลูกค้า ดังนั้น Conversion Value ที่แท้จริงอาจเกิดหลังจากลูกค้ากรอกฟอร์มไปแล้วหลายวัน
ตัวอย่าง Funnel:
Google Ads ได้ Form Submit
ทีมขายโทรกลับ
คัดกรองว่าเป็น Qualified Lead หรือไม่
นัดหมายหรือเสนอราคา
ปิดการขาย
รู้มูลค่าจริงของลูกค้า
ถ้าธุรกิจส่งข้อมูลหลังบ้านกลับเข้า Google Ads ได้ เช่น Qualified Lead, Sales Qualified Lead หรือ Closed Deal Value ระบบจะมีโอกาสเรียนรู้จากลูกค้าที่มีคุณภาพจริงมากขึ้น
ตัวอย่าง:
Lead ทั่วไปให้มูลค่า 300 บาท
Qualified Lead ให้มูลค่า 2,000 บาท
ลูกค้าที่ซื้อจริงให้มูลค่าตามยอดขายจริง
ถ้ายังส่งข้อมูลอัตโนมัติไม่ได้ อย่างน้อยควรทำรายงานเปรียบเทียบ Google Ads กับ CRM, Google Sheets หรือระบบหลังบ้าน เพื่อไม่ให้ตัดสินใจจากจำนวน Form Submit อย่างเดียว
VALUE Framework สำหรับวัดมูลค่า Conversion
Framework เฉพาะบทความนี้คือ VALUE Framework ใช้สำหรับวางระบบ Conversion Value ให้ใกล้เป้าหมายธุรกิจจริงมากขึ้น
V – Verify Business Goal: ธุรกิจต้องการรายได้ กำไร Lead คุณภาพ Booking หรือยอดซื้อซ้ำ
A – Assign Value: กำหนดมูลค่าให้ Conversion Action ตามข้อมูลจริงหรือค่าเฉลี่ยที่สมเหตุสมผล
L – Link Tracking: เชื่อม Conversion Tracking, GA4, Google Tag หรือข้อมูลหลังบ้านให้วัดมูลค่าได้
U – Understand Quality: แยก Conversion ธรรมดาออกจาก Conversion คุณภาพ เช่น Qualified Lead หรือ Purchase ที่กำไรสูง